Monday, November 28, 2011

สำรวจบ้านหลังน้ำท่วม episode1

สิ่งที่คาดการณ์ไว้ . . .
ที่บ้านกะความสูงของน้ำท่วมไว้ที่ 80 เซนติเมตร
ก่อกำแพงสูงไว้ 1 เมตร 10 เซนติเมตร
กะจังหวะย้ายออกจากบ้านวันที่ 3 พฤศจิกายน

สิ่งที่เกิดขึ้น . . .
น้ำมาจริงในเช้าวันที่ 3 แต่พวกเราย้ายออกล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 1 แล้ว
ระดับน้ำท่วมอยู่ที่ 75 เซนติเมตร ใกล้เคียงที่คาดไว้
กำแพงและกระสอบ รวมถึงยาแนวหน้าต่างทำหน้าที่ของมันอย่างดี
เพียงแต่น้ำทั้งหมด ไหลเข้าทางท่อน้ำทิ้งที่เราอุดไว้แค่จุกพลาสติก และถุงทราย
ความเสียหายแม้พอรับได้ แต่ก็น่าเสียดายอย่างยิ่ง


3 November 2011
วันนี้ย้อนกลับไปเพื่อปิดเบรกเกอร์ไฟฟ้าทั้งบ้าน
ไปถึงก็พบว่า น้ำมาหน้าบ้านแล้ว 



พอเดินดูท่อ 3 ด่านที่ทำเพื่อดักน้ำ 
น้ำมันทะลุผ่านไปได้หมด วันนั้นรู้เลยว่าน้ำเข้าบ้านแน่
ท่อน้ำในบ้านที่หลวมอยู่มี 2 จุด จุดนึงรีบทำท่อสูงตามที่หลายคนแนะนำ แต่อีกท่อหาท่อพีวีซีไม่ทันจริงๆ
พ่อบอกให้ทิ้งไว้แค่นั้น น้ำมาเร็ว เดี๋ยวออกไม่ได้
วันนี้เซ็ง และเศร้าจัด พ่อถึงกับซื้อเบียร์เลี้ยง




Untitled from Pum Ketruangroch on Vimeo.
8 November 2011
พ่อกับแม่เข้าไปดูบ้านให้มันหายคิดมาก เราไม่ได้เข้าไปด้วย
คิดว่าเป็นวันที่น้ำสูงที่สุด ก่อนจะทรงตัว

บ้านไม่ได้เอียงนะ ตากล้องเอียง
น้ำเข้าไปขังในเขื่อน และในบ้าน

ต้นไมัยังไม่ตายเท่าไหร่
อยู่บ้านมีได้พายเรือเล่น
น้ำไม่เน่า ต้นไม้เขียว
หน้าบ้านลึกอยู่
ถ้าอยู่บ้านคงเครียดว่าน้ำมันจะหมดได้ไง
หน้าปากซอยครึ่งแข้ง ในซอยต้นขา


Thursday, November 24, 2011

Cooking advertising และ Cooking toy

Cooking Advertising
ผลงานแคมเปญโฆษณาจาก Saatchi & Saatchi Argentina
ไมโครเวฟธรรมดาจุดขาย อุ่น ปรุงร้อน เร็ว ขายกันมานานชาติ 
ลองขายแบบนี้ก็ดีแฮะ




และงานโฆษณา


อิจฉาว้อยยยยยๆๆๆๆๆๆ มัยลูกค้าดีจัง
มาถึงเรื่อง Cooking Toy บ้าง

แปลจาก : http://prod.bonappetit.com/blogsandforums/blogs/badaily/2010/07/mini-toy-food-cooking-konapun.html

ถ้าจะเล่นทำอาหาร ขอให้ลืมของเล่นไม้ไปได้เลย เพราะยุคนี้ ของเล่นทั้งหั่น เฉือน แถมทอดได้แล้ว

ผู้คิดค้นเทคโนโลยีก็ไม่ใช่ใคร ประเทศญี่ปุ่น ผู้มีความหลงใหลในสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างเข้มข้นนั่นเอง
อย่างของเล่น miniature ที่มีชื่อว่า Pierre Herme โดยเฉพาะรูปขนมมาการูนนั้น ขายดีเทียบเท่าตัวขนมจริงเลย


แต่นักสะสมไม่ได้แค่อยากเก็บ แต่อยากจะลองเล่น ปรุง ดูจริงๆด้วย
จึงเป็นที่มาของ Konapun หรือของเล่นที่มีลักษณะเป็นเนื้อแป้งพิเศษ ทำจาก Sodium Alginate
(มีคุณสมบัติเป็นยางเหนียว ดูดซึมน้ำได้ดี)
มาให้ผู้เล่นสามารถเล่นทำโดนัท หรือพิซซ่าขนาดนิ้วเดียวได้ เพียงแต่ไม่ค่อยจุใจเท่าไหร่

วิธีการเล่นนั้น จะมีเครื่องครัวจิ๋วมาให้ เราแค่ใส่ผง Konapun ลงผสมกับน้ำเปล่าในถ้วยใบจิ๋วที่เค้ามีให้
วัสดุก็จะกลายเป็นก้อนที่เราสามารถใช้มีดจิ๋วหั่น หรือจะขึ้นโมก็ได้ จะทำเลเยอร์เค้กจิ๋วก็สบายแฮ
ผง Konapun ที่ว่าก็มาในสี และ texture ต่างๆ



แต่ที่น่าประทับใจสุดๆก็คือ กลุ่มนักวิทยาศาสตร์สามารถคิดหาวิธีเลียนแบบการ "ทอด" และ "ต้ม" ได้
โดยใช้สารสกัดจากสาหร่าย ที่ผสมกับน้ำ เมื่อใส่ Konapun ลงไปซักพัก ก็จะเกิดเอฟเฟคเหมือนการทอด
คือมีการลอยขึ้นเมื่อทอดได้ที่ ส่วนเตาของเล่นนั้นไม่ต้องใช้ความร้อนจริงแต่อย่างใด


Konapun นั้นเป็นของทานไม่ได้ และผู้ที่เล่นก็มีเวลาชื่นชมอาหารของตนในช่วงสั้นๆด้วย
เพราะ Konapun ทำจากพืช ไม่นานนักก็จะเน่าเสีย ต้องทิ้งไป
แต่ต้องขอบคุณศิลปิน Konapun ที่ใช้ชื่อว่า RRcherrypie ที่บันทึกการเล่นให้เราได้ชื่นชมในยูทูป


Wednesday, November 23, 2011

Fanwagon รถรุ่นเฟซบุ๊คโดย Volkswagen


แปลจาก http://www.designboom.com/weblog/cat/8/view/17817/fanwagen-facebook-car-by-volkswagen.html


นี่คือแคมเปญโฆษณาจาก Volkswagen เนเธอร์แลนด์ 
ในแคมเปญกล่าวว่าจะมีการดัดแปลงรถรุ่นฮิตอย่าง T1 หรือ Beetle เพื่อให้กลายเป็นรถในธีมเฟซบุ๊ค
โดยสุดท้ายจะดัดแปลงจากรุ่นไหน ขึ้นกับการโหวตของแฟนๆ
T1 นั้น คะแนนนำ Beetle ราวๆ 33,000 โหวต

หน้าตา T1 Fanwagon
Beetle Fanwagon

โดยที่การใช้งานของรถ Fanwagon จะมีอะไรที่คล้ายๆเฟซบุ๊คอยู่ด้วย เช่น
Dashboard ที่ในรถคันนี้เรียกว่า Feed-o-matic
ให้คนขับสามารถกดปุ่มพิมพ์โพสล่าสุดจำนวน 10 โพสจากหน้าเฟซบุ๊คเรามาอ่านได้
ที่ป้ายทะเบียนก็สามารถหมุนบอกสถานะได้ และยังแถมแผนที่มาให้อีกหนึ่งอันไว้จดว่าเพื่อนอยู่ตรงไหนบ้าง เหมือน tag location ในเฟซบุ๊ค



ลูกเล่นอื่นก็เช่น ปุ่มกดแตร เขียนว่า 'Poke' ให้กดเวลาอยากเรียกร้องความสนใจ
ที่เปิดประตูเขียนว่า 'add friends' 
ในขณะที่ 'wall' จะใช้พื้นที่ส่วนหลังของรถติดกระดานไม้ก๊อกพร้อมหมุด ไว้ปักข้อความ ปักรูป
หรือจะอัพรูปสดๆด้วยกล้องถ่ายรูปก็ได้

 
บริเวณคอนโซลหน้ายังมีที่เก็บของ ที่เรียกว่า 'inbox' ที่เขียนอธิบายการใช้งานไว้ว่า
'to store all of your private messages'
'to remove a message, take it out of the inbox'.









ในคู่มือการใช้รถ T1 Fanwagon ยังแนะนำให้เราทำ Privacy Setting โดยการปิดม่าน
หากเปิดหมด หมายความว่า 'all'
เปิดครึ่งนึงหมายความว่า 'Friends only' และปิดหมด คือ 'Only me'
ส่วนกระจกมองหลังของรถทั้งสองรุ่นเรียกว่า 'chat mirror'
'live chat with friends in the backseat: look into the chat mirror to see available friends, and select a specific friend by adjusting the angle of the mirror'!





คู่มือการใช้ ดูได้ที่ T1 Fanwagon Manual  และ Beetle Fanwagen Manual
ข้อมูลอื่นๆ Fanwagon
ไอเดียไม่เท่าไหร่ แต่รถสวยมาก

คิดว่า T1 ชนะ

Thursday, November 17, 2011

วินเทจบาร์บี้ : Friend

โพสนี้เป็นโพสสุดท้ายที่จะเขียนถึงวินเทจบาร์บี้
แต่เอาเข้าจริงโพสนี้ก็ไม่ใช่เรื่องบาร์บี้อยู่ดี
โพสก่อนอันนี้เป็น โพสสุดท้ายที่เขียนถึงเธอ น่าจะถูกกว่า


เพราะโพสเราจะเขียนถึง "เพื่อน" ของเธอเท่านั้น (ขออภัยที่กล่าววกวน)


เพื่อนๆในยุควินเทจนั้น บางรุ่นก็โด่งดังได้เรื่องอยู่
ก่อนหน้าหาข้อมูล หลงเข้าใจผิดว่าหน้าตาของเพื่อน คือหน้าตาของบาร์บี้วินเทจ ซึ่งผิด
ดังนั้น เราจะมาทำความเข้าใจเสียใหม่กันเถิด






KEN  1961
ต้องเรียกว่า "แฟน" ไม่ใช่สิ เรียกว่าเป็น Ultimate accessories ของบาร์บี้ถึงจะถูกว่า
เคนถือกำเนิดในปี 1961 มีเสื้อผ้าชนิดที่ "ถึงตาย" มากมาย
แรกเริ่มนั้นผมเคนเป็นแบบ Flocked hair หรือเป็นกำมะหยี่สั้นๆติดหนังหัว
แต่โดนแถกจนหัวแหว่งได้ง่ายมาก ปีถัดมาจึงเปลี่ยนเป็นหัวเพ้นท์สีแทน




เคนมีเพื่อนวินเทจด้วยนะ ชื่อ Allan (1964) และ Brad (1972)


 






Skipper 1964
เป็นน้องสาว หรือวัยก่อนเป็นสาวของบาร์บี้










Francie 1966
ถือกำเนิดในยุค mod  แต่เธอมีรูปร่างที่ผอมบางกว่า
และในขณะที่บาร์บี้นั้นเป็นเสื้อผ้าสไตล์ glam+sophisticated
แต่ Francie กลับเลือกสไตล์ modern+hip
และขนตาของเธอนั้นเป็นของจริง








Francie มีเพื่อนช่างคุยมาอีกสอง คือ Casey และ Twiggy (นางแบบนี่)
อ้าปากมาเลย








Midge 1962
เพื่อนสนิทของบาร์บี้ มิน่า ชื่อ "มิตร"
เธอวางจำหน่ายแค่ 3 ปี ก่อนถูกแทนที่ด้วย Stacy และ PJ ในยุค mod





อย่างไรก็ตาม เธอกลับมาอีกครั้งในปี 1987 และสวยกว่าเดิม






Stacey 1968
เธอมารับหน้าที่เพื่อนต่อจาก Midge  ในช่วงยุค Mod 
รูปร่างลักษณะถอดแบบมากจากสไตล์สาวอังกฤษ



 




PJ 1969
พีเจ จริงๆแล้วมีข่าวลือว่าเธอคือ Midge นั่นแหละ 
เพียงแต่ว่าไม่เชยเหมือนเดิม และไปเลเซอร์กระบนหน้าออก จนป๊อปปูล่าร์ไปเลย



 น่ารักซะ





Christie 1967
เพื่อนสาวเชื้อสาย อาฟกันอเมริกันคนแรก
สวยเก๋ ยังกับพวกนักร้องโซลเลย





Steffie 1972
ตัว Steffie เองนั้นออกมาเพียงสามรุ่น เฉพาะในปี 1972
แต่โมหน้าของ Steffie นี้เรียกได้ว่าฮิตมาก และดัดแปลงใช้การต่อเนื่อง ยาวมาจนปัจจุบัน
เนื่องจากรูปหน้า คาง จมูก ปาก ดูร่วมสมัย


วินเทจ Steffie


ขอปิดท้ายด้วย Making of Barbie จากเว็บ designboom
Fashion  และ  Making of




Wednesday, November 16, 2011

วินเทจบาร์บี้ : 1967 - 1972 The 'Mod' Period

ก้าวเข้าสู่ช่วงชีวิตที่ 2 ของตุ๊กตาบาร์บี้ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงหน้าตา บอดี้ และสไตล์
ให้เป็นสไตล์ Mod

แล้ว Mod คืออะไรกัน?


credit : http://en.wikipedia.org/wiki/Mod_(subculture)


Mod คือ Subculture หรือวัฒนธรรมย่อยที่เกิดขึ้นท่ามกลางวัยรุ่น โดยเริ่มจาก London เป็นที่แรก
กินช่วงเวลาตั้งแต่ต้นยุค 1960 ถึงช่วงกลาง และเกิดกระแสตามโดยอเมริกันในภายหลัง 


ส่วนประกอบสำคัญของ mod คือ แฟชั่น (ที่มักเป็นเสื้อสูทเทลเลอร์เมด) ดนตรีอาฟกัน-อเมริกันโซล
จาไมกา สกา , ดนตรี British beat อย่างบีทเทิล เดอะฮู , ดนตรี R&B  รวมทั้งมอเตอร์ไซค์สกูตเตอร์ก็ใช่
สถานที่ที่ไป mod กัน ก็เป็นฮอลล์เต้นรำใหญ่ๆที่เสพยากันได้อย่างอิสระ




ในภาพกว้างๆ mod อาจมีความหมายถึงอะไรที่ป็อปปูล่าร์ แฟชั่นจ๋า และเดิ้น
Ministry of Defence
ฟังดูเท่ แล้วบาร์บี้ล่ะ 


credit : แปลจาก http://www.fashion-doll-guide.com/Mod-Barbie-Dolls.html
ภาพบางส่วนจาก google และ http://www.flickr.com/photos/barbiekenscout และ http://famp.moerstaal.nl


ในปี 1967 บาร์บี้ Mod ตัวแรกก็ถือกำเนิดขึ้น 
ตรงกับช่วงที่วัฒนธรรมนี้เข้ามาบูมในอเมริกาตอนเหนือและแคลิฟอร์เนีย 
รูปร่างหน้าตาของเธอนั้นเรียกได้ว่าเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง กล่าวคือ มีผมที่ยาวและตรงขึ้น










Twist and Turn Barbie (TNT) 1967-1968
ใบหน้าที่เปลี่ยนไป ดูนุ่มนวลขึ้น แต่ก็มีการวาดขนตาปลอม เหมือนกรีดอายไลน์เนอร์ในปัจจุบัน
แถมชุดว่ายน้ำที่ใส่มาก็เปรี้ยวขึ้น









Standard Barbie doll 1967-1970
ใช้บอดี้เดิมที่บิดเอวไม่ได้ แต่ใช้รูปหน้า TNT ใหม่
ชุดว่ายน้ำก็คนละแบบ







Talking Barbie 1968 - 1971
รุ่นนี้พูดได้ เป็นประโยคสั้นๆ มีหลายประโยคด้วยกัน เช่น
"I love being fashion model"












TNT-Flip Hair Barbie 1969 - 1971
ใช้ทรงผมตาม Marlo Thomas พิธีกรรายการทีวี "That Girl" ที่โด่งดังในช่วงนั้น






Dramatic New Living Barbie 1970
กับบอดี้ที่พับงอได้แทบทุกส่วน เพื่อการแสดงของเธอโดยแท้
ในปี 1971 ก็ออกอีกชุดเป็นลายจุดชมพู เรียกชื่อให้สั้นลงว่า Living Barbie




ในปี 1972 ยังมี Walk Lively Barbie ที่เน้นการเคลื่อนไหวเช่นกัน
โดยการหมุนหน้าแต่ละครั้ง แขนจะแกว่งไปมาด้วย










Barbie with Growin Pretty Hair 1971 - 1972
Gimmick สำคัญอยู่ที่มีชิ้นผมที่ให้มาในเซ็ท ผู้เล่นสามารถเปลี่ยน ออกแบบทรงผมได้ด้วยตัวเอง
ลักษณะผมจะฟูพอง ยีเป็นก้อนใหญ่ ดูคล้ายผม Amy Winehouse











Live Action Barbie 1971 - 1972 หรือ Hippie Barbie
เธอมาในชุดจัมพ์สูทพิมพ์ลายทั้งตัว มีสายรัดข้อมือ ริ้วผ้า fringe ตกแต่ง 
และเธอเต้นได้ บนเวทีของเธอเอง








Sunset Malibu 1971 - 1977
โด่งดังและเป็นที่นิยมมาก มีสถิติการขายยาวนานหลายปี
มีรูปหน้าใกล้เคียง Stacey เพื่อนของบาร์บี้มากกว่า
เธอผมบลอน ผิวแทน สวมชุดว่ายน้ำสีฟ้าคอปิด หลังเป็นตัววี 
สีฟ้านี้ยังเป็นสีของตา และเปลือกตาด้วย ริมฝีปากสีพีชอ่อนๆ เธอมาพร้อมแว่นกันแดดและผ้าขนหนู






Barbie Hair Happening 1970
เป็นอีกตัวที่หายากในปัจจุบัน แต่ราคาไม่ได้แพงมาก
เธอมาพร้อมผมสั้นสีแดง และวิกอีกสาม พร้อมเครื่องตกแต่งผมจำนวนหนึ่ง
ซึ่งจริงๆแล้วเป็นการพัฒนาต่อจาก Hair Fair ที่ออกมาก่อนหน้านี้ แต่ขายเฉพาะท่อนหัว ไม่มีตัว


hair happening





hair fair


Busy and Busy talking Barbie 1971
เธอยุ่งกับข้าวของต่างๆที่ต้องถือไปมา รวมทั้งรับโทรศัพท์
จึงเป็นครั้งแรกที่มือของรุ่นนีู้กออกแบบให้นิ้วโป้งแยกออกมาจากนิ้วอื่นๆ เพื่อถือของได้